บัญชีธนาคาร

บัญชีธนาคาร
บัญชีธนาคาร
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สีสันรอบดวงตา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สีสันรอบดวงตา แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เคล็ดลับการถนอมดวงตาให้สวยสดใส




สภาพผิวรอบดวงตามีผลต่อความงามของใบหน้าเป็นอย่างมาก และบ่งบอกสภาพของสุขภาพได้อย่างเด่นชัด เพราะคนที่มีสุขภาพดี พักผ่อนเพียงพอมักมีผิวรอบดวงตาเต่งตึง ไม่มีร่องรอยลึก หมองคล้ำ คนที่ไม่ค่อยถนอมดวงตาอาจจะมองข้ามละเลยการดูแลดวงตา ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผิวรอบดวงตาไม่เปล่งปลั่ง ลูกตาขาวไม่สดใส เรามาเริ่มต้นใส่ใจดวงตากันตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณดูอ่อนวัยได้อีกมากเลยทีเดียว

พักสายตาที่อ่อนล้า
คนที่จ้องอะไรนานๆ เช่นดูโทรทัศน์ หรือทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะรู้สึกว่าดวงตาแห้ง กล้ามเนื้อรอบดวงตาล้า และอาจมีอาการบวมเกิดขึ้นได้ ควรหยุดพักสายตาเป็นระยะๆ ประมาณ 10-15 นาที ทุก 2-3 ชั่วโมง ด้วยการปลดปล่อยตาไปไกลๆ และหากิจกรรมอื่นๆ ทำ พยายามกระพริบตาบ่อยๆ เพราะการกระพริบตาเท่ากับเป็นการบริหารดวงตา

รักษาความสะอาดให้หมดจด




การแต่งหน้าเป็นเรื่องคู่ความงามสำหรับผู้หญิง ควรเลือกใช้อายแชโดว์ และมาสคาร่าที่แน่ใจแล้วว่าไม่แพ้ เมื่อเราแต่งหน้าก็ต้องหมั่นชำระล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด อย่าให้มีเครื่องสำอางตกค้าง ทุกครั้งที่ใช้มาสคาร่าควรเช็ดออกด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง รอบดวงตา หรือปิโตรเลียมเจล ซึ่งนอกจากจะชำระได้หมดจดแล้ว ยังเป็นการบำรุงขนตาให้แข็งแรงไปในตัวด้วย

หากตาคู่สวยต้องเผชิญมลพิษ
เมื่อเกิดความระคายเคืองดวงตา จากฝุ่นผงควร ใช้วิธีล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาล้างตา โดยกรอกตาไปมาในน้ำ ไม่ควรขยี้ตา หรือใช้ยาหยอดตาบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น กรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาอย่าไปหยิบยืมใคร เพราะอาจติดเชื่อโรคได้ง่าย และเมื่อเปิดใช้แล้ว ให้ปิดฝาให้สนิท ยาหยอดตาที่เปิดใช้แล้วมีอายุไม่เกิน 1 เดือน เพราะอาจเกิดการปนเปื้อนได้


อาหารบำรุงสายตา
การเลือกทานอาหารก็มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาได้ด้วยเช่นกัน วัตถุดิบบางอย่างที่ใช้ในการปรุงอาหารนั้นมีคุณประโยชน์ต่อสายตาอยู่มาก บางอย่างเราอาจจะพอรู้ แต่ก็มีบางอย่างที่เรายังไม่รู้ เพราะฉะนั้นแล้วมาอ่านดูว่ามีอาหารและวัตถุดิบใดบ้าง ที่จะช่วยบำรุงดวงตาของเราคู่นี้ให้ดีและสวยสดใสไปอีกนาน


บลูเบอร์รี่ ผลไม้ที่ดีต่อสายตามากๆและหาซื้อได้ไม่ยากเลย แค่ซื้อแยมบลูเบอร์รี่มาทาขนมปังทาน คุณก็จะได้รับสารอาหารแอนโธไซยาโนไซด์ ซึ่งช่วยบำรุงสายตาแล้ว

มันเทศ ของดีราคาย่อมเยาที่พ่อค้าเขาเดินขาย วิตามินในมันเทศจะช่วยปรับสายตาของคุณให้เห็นได้ชัดในที่มืด

- เวลาทำกับข้าวอย่าลืมใส่หัวหอมแดงลงไปด้วย เพื่อให้สารต้านอนุมูลอิสระเคอร์ซิทินในหอมแดงจะช่วยป้องกันต้อหินให้คุณ

กินปลาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดโอเมก้า-3 ที่จำเป็นสำหรับบำรุงสายตา

กินผักใบเขียวเป็นประจำทุกวัน ผักใบเขียวเป็นแหล่งรวมของสารลูเทอินและซีอาแซนธินที่ช่วยลดความเสี่ยงโรค ต้อกระจกและยิ่งซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในกระบอกตาได้ด้วย (คนที่เกลียดผักคงต้องพยายามหน่อยน่ะ)




ผักบีตสดๆ เป็นของขวัญชั้นดีที่จะมอบให้ดวงตาของตัวเองได้ ผักชนิดนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยปกป้องหลอดเลือดในกระบอกตา ทำให้ตาคุณมีเลือดไปเลี้ยงอย่างสมบูรณ์ ทำให้ตาคุณสวยและใส

กินผักโขมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผักชนิดนี้มีสารลูเทอิน ซึ่งจะช่วยป้องกันต้อกระจกและภาวะศูนย์กลางประสาท

ส้ม มะเขือเทศ และพริกหวานนั้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจก อีกทั้งช่วยในการไหลเวียนเลือดในดวงตา

กะหล่ำปลีชนิดสีเขียวเข้ม ผักขม หัวผักกาดเขียวและบล็อคโครี่นั้น มีคุณประโยชน์ คือให้วิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตาให้มีประกายที่สดใส มีเบต้าแคโรทีน

ถั่วสีน้ำตาลแดง นั้นเพรียบพร้อมไปด้วยสังกะสีที่ดีต่อสายตา อีกทั้งวิตามินเอก็เป็นส่วนช่วยปกป้องเยื่อชั้นในของลูกตา



อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวันและเฮเซิลนัต อุดมไปด้วยวิตามินอี และมีคุณประโยชน์มากมายในการช่วยป้องกันสายตา วิตามินอีเป็นที่รู้จักกันว่า เป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ให้ผลในการป้องกันการทำลายของเซลล์ และยังช่วยในการปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ ที่อวัยวะต่างๆ เช่น เซลล์ของตา ตับ เพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานและอายุการใช้งานของอวัยวะเหล่านี้นานขึ้น

โฮลเกรน คือ ธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อย นั้นมีเส้นใยอาหารสูง โดยเฉพาะข้าวกล้อง ถั่วเมล็ดแห้ง งา ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาเล่ย์ ที่อุดมด้วยวิตามินอี วิตามินบีรวม แร่ธาตุต่างๆ และใยอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยปกป้องการเสื่อมสภาพของเซลล์ เสริมสร้างระบบประสาทและเซลล์เม็ดเลือดแดงให้แข็งแรงสมบูรณ์

อาหารที่อุดมด้วยซัลเฟอร์ (Sulfur) เช่น ไข่ กระเทียม หน่อไม้-ฝรั่ง ช่วยบำรุงสายตา และรักษาสายตาให้เป็นปกติ

กรดไขมันโอเมก้า -3 และ ช่วยป้องกันตาแห้ง พบในน้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันปลา เป็นต้น

กะเพรา ประกอบด้วยสารอาหารหลายชนิดนะครับ เช่น วิตามินซี ฟอสฟอรัส เหล็ก แคลเซื่ยม รวมทั้งเบต้าโรทีนสุงด้วยครับ ซึ้งสารนี้จะช่วยเปลื่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกายของคนเรา จึงช่วยบํารุงสายตาได้อย่างดี




ขี้เหล็ก ดอกตูมและใบอ่อนนิยมใช้เป็นอาหาร เช่น แกงขี้เหล็ก และลวกเป็นผักจิ้มในใบขี้เหล็กมีเบต้าแคโรทีนสุง นอกจากช่วบํารุงสายตาแล้ว ยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ

แครอท มีเบต้าแคโรทีนสูง จึงเป็นประโยชน์ต่อสายตาโรคเฉพาะโรคตาฟาง

ไข่แดง มีลูทีนและซีแซนทีนที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี
เมื่อดวงตาคืออวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เราก็ต้องไม่ปล่อยให้ดวงตาเสื่อมสภาพไปก่อนวัย หากเรารู้จักวิธีการบำรุงสายตาแล้ว ควรจะหมั่นดูแลเป็นพิเศษ และสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยให้สายตาของคุณนั้นมีสุขภาพที่ดีและมองดูสดใสอยู่ตลอดเวลา



ราคา 1000 บาท

สอบถามรายละเอียด

โทร 085-9083178 วราพร



วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การดูแล “ผิวใต้ตา”


สาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายท่าน อาจจะชอบดูแลผิวหน้า ประทินผิวลดริ้วรอย ใช้กันแดดกลัวผิวคล้ำ กระมาหา ฝ้ามาเยือน แล้วรู้หรือไม่ว่า การใช้ Eye Cream หรือครีมบำรุงรอบดวงตานั้น ก็สำคัญไม่แพ้กับผิวหน้าส่วนอื่น ๆ เลยนะคะ ไหน ๆ เราจะดูแลผิวหน้าทั้งที ก็ดูแลผิวรอบดวงตาไปด้วยเลยดีกว่า





การดูแลผิวรอบดวงตา ใต้ตา อันที่จริงแล้ว ควรจะเริ่มดูแลตั้งแต่อายุยังน้อย ยังไม่มีริ้วรอยใด ๆ เพื่อเป็นการป้องกันริ้วรอยที่จะเกิดขึ้นก่อนวัย และเพื่อเป็นการบำรุงไปด้วยในตัวนะจ๊ะ
ถ้ายังไม่มีริ้วรอยรอบดวงตา หรือมีน้อย การทาครีมรอบดวงตาช่วยป้องกันหรือชะลอการเกิดริ้วรอยได้ถึง 70%



การนอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง เป็นวิธีที่จะช่วยได้ดีที่สุด ทำให้ตื่นมาแล้วสดชื่น ใต้ตาไม่เหนื่อยล้า และไม่คล้ำเป็นวง

เลือกใช้ครีมที่เหมาะกับเรา สามารถหาซื้อได้ตามร้าน , เคาท์เตอร์เครื่องสำอางค์ จะเป็นยี่ห้อใด สูตรใดก็ได้ เลือกได้ตามที่ชอบ ทาครีมรอบดวงตา วันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้า กับก่อนนอน

แนะนําให้ใช้ครีมขนาดเท่าเม็ดถั่วเขีียวต่อตา 1 ข้างทารอบดวงตาด้วยปลายนิ้วกลางหรือนิ้วนางอย่างเบาๆ จะวนทิศทางไหนก็ได้ จนเนื้อครีมซึมหมด

การใช้นิ้วกลางหรือนิ้วนางทาครีมรอบดวงตา จะทําให้เราลดความแรงของการทาครีมลงได้ ถ้าใช้นิ้วชี้อาจทําให้เราใช้แรงมากเกินไป และเกิดริ้วรอยตามมา
จะทาครีมวนรอบดวงตาแบบวนเข้าหรือวนออกก็ได้ไม่สําคัญ แต่ไม่ควรทาแบบถูซํ้าไปซ้ํามาหรือไปๆกลับๆ เพราะเกิดริ้วรอยตามมาได้

ถ้าตื่นนอนตอนเช้าแล้วตาบวม อย่าพึ่งทาครีมรอบดวงตา เพราะจะเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ให้รอจนตายุบบวม หรือใช้ผ้าชุบนํ้าเย็นจัดประคบตาก่อน
หลังเปิดใช้ครีมทารอบดวงตาครบ 3 เดือนแล้วควรเปลี่ยนกระปุกใหม่ อย่าเสียดาย เพราะครีมที่เปิดใช้เกิน 3 เดือน มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้




หากพอมีเวลาอยู่บ้าน อาจจะใช้ แตงกวา แช่เย็น มาวางบริเวณรอบดวงตา สัก 15-20 นาที  นอกจากจะช่วยเรื่องรอยคล้ำใต้ดวงตาแล้ว จะทำให้เราได้พักสายตาจากการทำงานด้วยนะคะ
สิ่งสำคัญที่สุดในการช่วยให้ ใต้ตาไม่หมองคล้ำ เหี่ยวย่น คือการนอนให้พอ
ต่อให้บำรุงแค่ไหน แต่นอนน้อย อดนอน .. รอบดวงตาและใต้ตาเรา ก็จะไม่สดชื่น สดใสเหมือนคนที่นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอนะคะ



ราคา 1000 บาท

สอบถามรายละเอียด

โทร 085-9083178 วราพร

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

วิธีดูแลผิวรอบดวงตาให้สดใสชวนมอง ประทับใจหนุ่มๆ


ผิวบริเวณรอบดวงตาของเรานั้นเป็นบริเวณที่บอบบางนะค่ะ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องดูแลรักษามากเป็นพิเศษ รวมทั้งเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด




ผิวบริเวณรอบดวงตาของเรานั้นเป็นบริเวณที่บอบบางนะค่ะ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องดูแลรักษามากเป็นพิเศษ รวมทั้งเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และบำรุงผิวรอบดวงตาอย่างถูกต้อง ว่าแล้วเรามาดูวิธีการดูแลผิวรอบดวงตาที่ถูกวิธีกันดีกว่าค่ะ

         1.  ทำความสะอาดรอบดวงตาโดยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ใช้อยู่ประจำก็เพียงพอ แต่สาวๆ ที่แต่งหน้า และดวงตาเป็นประจำ ก็ควรใช้โลชั่นเช็ดเครื่องสำอางโดยเฉพาะ ก่อนเช็ดก่อนล้างหน้าตามปกติ
ครีมสำหรับรอบดวงตา ถ้ามีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ก็จะช่วยฟื้นฟูผิวรอบๆ ดวงตาของคุณให้สดใสขึ้น หรือถ้ามีส่วนผสมของ คาโมมายล์ ก็จะช่วยลดการระคายเคืองของดวงตาได้ดี
         2.  ครีมบำรุงดวงตาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอและวิตามินบี จะช่วยซ่อมแซมผิว และช่วยปกป้องผิวจากริ้วรอย

            3.  ควรใช้ครีมสำหรับดวงตาโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้ครีมสำหรับผิวหน้า มาทารอบดวงตา เพราะมีความเข้มข้นสูงกว่า และมีส่วนผสมของน้ำหอม อาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองได้

    4. ก่อนออกจากบ้าน ควรใช้ครีมรอบดวงตา ชนิดเจลใส เพราะเนื้อเจลที่บางเบากว่าชนิดครีม สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ และควรเลือกเจลที่มีมีส่วนผสมของวิตามิน และสารกันแดด เพื่อป้องกันริ้วรอยและดวงตาคล้ำ

    5.หลีกเลี่ยงแดดจัด ต้นเหตุหลักของการเกิดริ้วรอย

    6. พักผ่อนดวงตา และผิวรอบดวงตา อย่างเต็มที่ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง โดยการใช้ครีมทารอบด้วยตา ทารอบดวงตา แล้วใช้สำลีชุบน้ำเย็นหมาดๆ ปิดที่ดวงตาทิ้งไว้ 5-10 นาที ระหว่างรอก็ นวดเบาๆ ที่เปลืองตาไปด้วย โดยเริ่มนวดเบาๆ ที่หัวตา ไล่ไปยังหางตาค่ะ นวดแบบนี้สัก 5 รอบ รับรองว่าจะรู้สึกสบาย ผ่อนคลายค่ะ



 ราคา 1000 บาท

สอบถามรายละเอียด

โทร 085-9083178 วราพร

วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

ฟื้นฟูรอบดวงตา ด้วยสมุนไพร




               

       ไม่ว่าจะสาวน้อยสาวใหญ่ เมื่อส่องกระจกแล้วพบสิ่งที่ไม่ได้เชื้อเชิญมาอย่างริ้วรอย หรือรอยตืนกา เป็นต้องการเซ็งแน่ๆ

วิธีแรก เตรียมมะขามเปียก 1 กำมือ เอารกออกแล้วล้างน้ำให้สะอาด ผสมกับนมสด 2 ช้อนโต๊ะ ขยำให้เนื้อเข้ากัน จากนั้นนำมากรองผ้าขาวบาง หลังจากนั้นให้เติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน คุณจะได้ครีมมะขาม แล้วนำมาทาให้ทั่วใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหางตาทาให้นานหน่อย ทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที จึงล้างออก ส่วนที่เหลือให้เก็บใส่ภาชนะและเก็บไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บได้ 1 เดือนเลยทีเดียว

วิธีที่สอง เตรียมใบบัวบกสดๆ มาปั่นหรือตำ จากนั้นให้กรองน้ำออก และใช้สำลีชุบน้ำบัวบกที่ได้มาพอกหรือทาบนหน้าประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก ทำทุกวันก่อนนอนใบบัวบกจะไปช่วยชะลอความแก่เพราะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งช่วยชะลอรอยเหี่ยวได้ค่ะ

  อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ควรทำควบคู่ไปด้วย คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พยายามไม่เครียด ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส และหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือมลพิษ ถ้าทำได้เช่นนี้เป็นประจำรับรองว่าริ้วรอยต่างๆ จะไม่มากวนใจคุณแน่นอน
ราคา 1000 บาท

สอบถามรายละเอียด

โทร 085-9083178 วราพร




วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

ผักผลไม้สีเขียวเข้มช่วยบำรุงผิวรอบดวงตา







หลายคนคงทราบอยู่แล้วว่าการรับประทานผัก ผลไม้ มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีข้อมูลที่ระบุไว้ว่าการรับประทานผักผลไม้ที่มีสีเขียวเข้มจะช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาได้ ซึ่งผิวรอบดวงตาเป็นผิวที่ละเอียดอ่อนกว่าผิวส่วนอื่นบนใบหน้าถึง 3 เท่า และมักเป็นส่วนที่เกิดปัญหาริ้วรอยได้มากที่สุด ด้วยอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ผิวรอบดวงตาเปราะบาง ประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงผิวตามธรรมชาติลดน้อยลง การเลือกรับประทานผักผลไม้สีเขียวเข้มเป็นอาหารบำรุงผิวรอบดวงตาได้อย่างดีเยี่ยม

4สัญญาณสำคัญของปัญหาที่เกิดกับผิวรอบดวงตา ได้แก่ ริ้วรอยบนผิวพับเปลือกตา ผิวใต้ตาที่ไม่กระชับ เส้นริ้วบริเวณหางตา และเส้นริ้วรอยใต้ตา ปัญหาเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้ด้วยการรับประทานผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้มเป็นประจำ ได้ดังนี้

- ผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ(anti oxidant) ในปริมาณสูง เช่น ผลบิลเบอร์รี่ ผักใบเขียว และแครอท ช่วยลดอันตรายจากอนุมูลอิสระในแสงแดดที่ทำลายจอตา และช่วยลดปัญหาตาบอดจากจอประสาทตาเสื่อมได้ พร้อมทั้งช่วยให้สายตาทำงานดีขึ้นในที่มืดและมีความไวในที่มีแสงน้อย ๆ ดีกว่า

- ผักผลไม้ที่มีสารลูทีน(Lutien) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งมีสีเหลือง ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ที่เลนส์ตาและจอรับภาพของตา ทำหน้าที่ช่วยกรองหรือป้องกันรังสีจากแสงแดด ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลายโดยการต้านอนุมูลอิสระที่ทำลายดวงตา และกรองแสงสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตา ซึ่งพบมากในพืชผักที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้ม เช่น ผลอโวคาโด บล็อกโคลี่ข้าวโพด ฝักทอง ผักโขม และผักกวางตุ้ง


ก่อนที่จะเลือกทานผักหรือผลไม้ควรสำรวจสักนิดว่ามีสีเขียวเข้ม หรือสีเหลืองอยู่ด้วยหรือไม่ เพื่อช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาของเราให้มีสุขภาพดี เต่งตึงสม่ำเสมอ

ราคา 1000 บาท

สอบถามรายละเอียด

โทร 085-9083178 วราพร